เคล็ดลับปลดหนี้บัครเครดิต วิธีลดหนี้ ล้างหนี้ จัดการหนี้บัตรเครดิต

หนี้บัตรเครดิต เชื่อกันว่าหลายๆ คนเมื่อมีบัตรเครดิตแล้วก็อาจจะมีการเผลอใช้เผลอรูด (ด้วยความที่มันสะดวก และรูดง่ายมาก) หรือช็อปกันอย่างมันส์มือ แต่ต้องบอกว่าบัตรเครดิตนั้นสะดวกจริง แต่มันจะมาพร้อมกับหนี้สินทันที หากคุณไม่รู้จักการบริหารจัดการ หรือใช้เงินเกินตัวเกินความพอดี อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่กำลังอยู่ในวังวนของหนี้บัตรเครดิต และอยากจะหนีให้พ้นวงจรอุบาทว์นี้ เคล็ดลับปลดหนี้บัครเครดิต วิธีลดหนี้ ล้างหนี้ จัดการหนี้บัตรเครดิต เรามีเคล็ดลับ มาแนะนำกันครับ

เคล็ดลับปลดหนี้บัครเครดิต วิธีลดหนี้ ล้างหนี้ จัดการหนี้ บัตรเครดิต

  1. ลดค่าใช้จ่ายลง แน่นอนว่าเมื่อหนี้เยอะขึ้น เราจำเป็นจะต้องกำหนดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นต่างๆ ออกไปก่อน อาทิเช่น การรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือการเที่ยวนอกบ้าน ค่าของแบรนด์เนม โทรศัพท์เครื่องใหม่ เป็นต้น ซึ่งตรงจุดนี้ขอให้โฟกัสที่เรื่องการใช้หนี้ให้หมดก่อน และจะต้องพยายามเอาชนะตัวเอง ไม่ให้สร้างค่าใช้จ่ายเพิ่มด้วย หากเราทนได้ ไม่นานหนี้บัตรเครดิต ก็จะหมดไปครับ
  2. เพิ่มรายได้ เมื่อเราลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงแล้ว ทางที่ดีควรหาวิธีการได้รายรับมาเพิ่มด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานพิเศษนอกเวลาหรืองานพาร์ทไทม์ การขายของในวันหยุด กรรับงานฟรีแลนซ์ เป็นต้น ซึ่งเมื่อรายได้ของเราเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้สภาพคล่องเพิ่มตามไปด้วย และทำให้เราสามารถใช้หนี้บัตรเครดิต (และหนี้อื่นๆ ) ได้ในเวลาไม่นานครับ นอกจากนั้นแล้วผลพลอยได้ของมันก็คือรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นและลู่ทางในการทำธุรกิจของคุณเองอีกด้วย งานเสริมบางชนิดยังอาจจะสามารถพัฒนาเป็นแหล่งรายได้หลักของคุณได้อีกด้วย ใครจะไปรู้
  3. ปรับเปลี่ยนนิสัยฟุ่มเฟือย หักห้ามใจตัวเองให้ดีเมื่อเจอของที่อยากได้ หลายคนปรับลดค่าใช้จ่ายลงก็จริง แต่เมื่อไปเจอของที่ตัวเองอยากได้ เช่น กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่ มือถือรุ่นใหม่ อุปกรณ์แต่งรถ คอมพิวเตอร์ เกม ฯลฯ ก็มักจะหักห้ามใจไม่อยู่ ต้องควักเอาบัตรเครดิตมารูดปรื๊ด ซึ่งแน่นอนว่าการทำแบบนั้นจะเป็นการเพิ่มภาระหนี้สินขึ้นอีกทางหนึ่งทันที ดังนั้นนอกจากการปรับลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ แล้ว การรู้จักระงับความต้องการของผู้ใช้บัตรเครดิต ก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ช่วยปลดหนี้ให้กับคุณได้
  4. แปลทรัพย์สินเป็นเงินสด เมื่อลองปรับลดค่าใช้จ่าย หารายได้เพิ่มแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้สถานการด้านหนี้บัตรเครดิตดีขึ้น จึงเหลือทางเลือกสุดท้าย นั่นคือการนำเอาทรัพย์สินมาแปลงเป็นเงินสด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องประดับ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือต่างๆ แล้วเอามาอุดหนี้สินบัตรเครดิตไปก่อนเพื่อลดภาระการจ่ายดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามหากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำมาหากิน ก็ยังไม่ควรนำออกมาขายครับ

ใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาด คาถาที่ต้องท่อง เพื่อใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย

การใช้บัตรเครดิต หลายๆ คนบอกว่ามันทั้งสะดวกสบาย และไม่จำเป็นจะต้องจ่ายเงินออกไปก่อน อย่างไรก็แม้จะมีข้อดีมากมายไหน แต่บัตรเครดิตก็เป็นดั่งหลุมกับดักที่หลายๆ คนเผลอหล่นลงไปได้เช่นกัน หากชะล่าใจ ใช้แบบประมาท ไม่มีการวางแผนที่ดี และไม่มีวามสามารถในการจ่ายคืน สำหรับบทความนี้ จะมาแนะนำคาถาง่ายๆ ที่ควรติดตัวเอาไว้อยู่ตลอด และต้องท่องอยู่เสมอ เมื่อใช้บัตรเครดิต มันจะช่วยทำให้การใช้บัตรเครดิตของคุณปลอดภัยมากขึ้น

ใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาด และปลอดภัย

  1. คาถา “ดึงสติ” เป็นคาถาแรกๆ ที่เมื่อคุณจะใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ควรท่องก่อนใช้ทุกครั้ง คาถาดึงสตินั้นจะช่วยทำให้คุณมีสติ ขบคิดใคร่ครวญมากขึ้นต่อการใช้บัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการอะไรก็ตามแต่ โดยเฉพาะหลายๆ คนนั้นเป็นกันมากเวลาเห็นป้ายเซลล์ 0% นี่แทบจะวิ่งเข้าหาแบบไร้สติ จนลืมคิดไปว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการใช้จริงๆ หรือเป็นเพียงแค่กิเลสชั่ววูบเท่านั้น ดังนั้น ท่องไว้ค่ะ สติ สติ สติ ทุกครั้งก่อนการใช้บัตร
  2. คาถา “มองอนาคต” เป็นคาถาที่คุณควรท่อง เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแล้วเรียกร้อย (หมายถึงรูดไปแล้ว) ให้รีบมองไปที่อนาคตทันทีและวางแผนการใช้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้เร็วที่สุด โดยการนำเอาเงินสดเท่าจำนวนที่ใช้ไปนั้นเตรียมเอาไว้ เพื่อความพร้อมในการจ่ายคืน นอกจากนั้นคาถามองอนาคต ยังเป็นคาถาที่สามารถตีกรอบการใช้บัตรเครดิตให้คุณด้วย เพียงแค่ท่องคาถานี้ทุกครั้งก่อนการใช้บัตรเครดิต จะช่วยทำให้ลดความอยากในการใช้บัตรเครดิตลง
  3. คาถา “หลีกหนี้” เป็นคาถาที่ต้องท่องไว้เสมอ สำหรับผู้ที่มักจะใช้บัตรเครดิตแบบไม่มีการวางแผน ใช้ไปตามใจชอบ หรือใช้เพื่อสนองความต้องการเพียงอย่างเดียว ใช้แบบนี้อันตราย เพราะสุดท้ายแล้วหนี้จะมาหาคุณแบบไม่ตั้งตัว ดังนั้นการใช้บัตรเครดิตทุกครั้ง ต้องท่อง “หลีกหนี้ หลีกหนี้ หลีกหนี้ ….” ด้วยการใช้บัตรเท่าที่จ่ายไหว และมีการวางแผนใช้คืนอย่างเป็นระบบ จ่ายเต็มจำนวนจริงทุกครั้ง เท่านี้ก็จะ “หลีกหนี้” ได้แล้ว
  4. คาถา “เก็บแต้ม” เป็นคาถาที่ต้องท่องเวลาใช้บัตรเครดิต ซึ่งจะต้องมีการใช้ให้ได้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด Cash Back การสะสมแต้ม สะสมไมล์ต่างๆ อะไรที่ควรเป็นของเราให้คว้าไว้ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ และเสียดายทีหลัง
  5. คาถา “เฮง เฮง เฮง” เป็นคาถาเรียกโชค ที่จะต้องมีการท่องอยู่เสมอ เวลาใช้บัตรเครดิตกับรายการที่มีการเสี่ยงโชค ลุ้นรับของรางวัลต่างๆ เพราะหากได้รางวัลขึ้นมาถือว่าคุมแล้ว เนื่องจากของรางวัลมักจะเป็นของรางวัลใหญ่ๆ ทั้งนั้นค่ะ

 

ค่าใช้จ่ายสุดเสี่ยง ที่ไม่ควรจ่ายด้วยบัตรเครดิต

บัตรเครดิตถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้จ่ายในด้านต่างๆ ได้อย่างอิสระ (ขอแค่มีเครือข่ายรองรับ) อย่างไรก็ตาม ยังมีค่าใช้จ่ายบางประเภทเช่นกัน ที่ไม่ควรเอาบัตรไปรูดจ่าย เพราะเสี่ยงต่อการเกิดหนี้อย่างมาก (อย่าลืมว่าบัตรเครดิตคิดดอกเบี้ยสูงมากๆ) ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านั้น มีดังต่อไปนี้

ค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรจ่ายด้วยบัตรเครดิต

  1. การพนัน นักพนันหลายๆ คนนั้นเลือกที่จะใช้บัตรเครดิต ไปกับเกมการเสี่ยงโชคประเภทต่างๆ ขอบอกเลยว่ามันเป็นไอเดียที่แย่มาก เพราะการพนันนั้นเป็นการเสี่ยงดวง เสี่ยงโชคเอาไม่เหมือนกับการลงทุนทั่วไป โอกาสในการเสียพนันจึงมีค่อนข้างมาก และแน่นอนว่าเมื่อเสียพนันก็จะยิ่งลงเงินเพื่อเอาคืน และก็มักจะเสียไปอีก สุดท้ายเป็นหนี้หัวโต ไม่มีปัญญาใช้ ดังนั้นทางที่ดีไม่ควรเอาบัตรเครดิตไปเล่นพนัน หรือทางที่ดีคือเลิกเล่นการพนันไปเลยดีกว่า
  2. ค่าผ่อนบ้าน การผ่อนบ้านนั้นจำเป็นจะต้องมีการจ่ายเงินทุกเดือน และจัดว่าอยู่ในรายจ่ายประจำอยู่แล้ว แต่เมื่อใดที่มีการเอาบัตรเครดิตไปรูดจ่าย (หรือกดเงินออกมาจ่าย) แปลว่าผู้ใช้กำลังเข้าตาจน จึงเอาหนี้มาโปะหนี้ ซึ่งทำให้มันแย่กันไปใหญ่ สุดท้ายจะเป็นภาระหนี้ ที่ไม่สามารถจ่ายได้ในที่สุด
  3. ค่าผ่อนรถ การผ่อนรถนั้นจัดเป็นรายจ่ายประจำ ที่ต้องจ่ายทุกเดือน ดังนั้นการจ่ายโดยการรูดบัตรเครดิตก็จะทำให้คุณเป็นหนี้ได้เช่นกัน เหตุผลเหมือนกับข้อ (2) คือเป็นการเอาหนี้มาโปะหนี้ ที่จะฉุดดึงคุณเข้าสู่วังวนของหนี้ไม่รู้จบ
  4. ค่างานแต่งงาน สำหรับงานแต่งงาน ไม่ควรที่จะใช้บัตรเครดิตในการจ่ายเช่นกัน เพราะบัตรเครดิตนั้น อาจจะทำให้คุณเผลอกดรูดเกินกว่าความจำเป็น และผลที่จะตามมาคือเรื่องของดอกเบี้ยมาโหด เพราะหากค่าใช้จ่ายมากเกินไปคุณจะไม่สามารถจ่ายคืนได้ทันแน่ๆ ดังนั้นการจ่ายเงินจัดงานแต่ง ควรใช้เงินสด หรือเงินเก็บแทนจะดีกว่า
  5. ค่ารักษาพยาบาล แม้ว่าสุขภาพจะเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องมีการดูแลหากเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมา แต่บอกเลยว่าไม่ควรใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล เพราะว่าหากใช้หมายถึงว่าคุณกำลังมีปัญหาด้านการเงิน ซึ่งการใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลนั้นจะทำให้คุณเป็นหนี้ ที่มีดอกเบี้ยแพง ไม่คุ้มกันครับ ทางที่ดีควรหาเงินส่วนอื่นมาจ่ายดีกว่า หรือพิจารณาใช้บัตรเครดิตเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้นจริงๆ
  6. ค่าใช้จ่ายทั่วไป หรือค่าใช้จ่ายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่าย ที่ถ้าทำได้ไม่ควรจ่ายผ่านบัตรเครดิต เพราะแม้จะเป็นยอดน้อยๆ ก็ตาม แต่เมื่อรวมกันมากเข้าก็จะเยอะอยู่ดี ทั้งหากจ่ายคืนไม่ไหว รับรองได้เลยว่าหนี้พร้อมดอก(มหาแพง)มาเสิร์ฟถึงบ้านแน่ครับ

อาชีพอิสระสมัครบัตรเครดิต ด้วย การสมัครบัตรเครดิตแบบเงินฝากค้ำประกัน

อาชีพอิสระสมัครบัตรเครดิต ด้วย การสมัครบัตรเครดิตแบบเงินฝากค้ำประกัน

สำหรับผู้ที่ทำอาชีพอิสระ หรืออาชีพที่ไม่มีรายได้แน่นอนนั้นการจะมีบัตรเครดิตสักใบเป็นเรื่องยาก แม้คุณจะมีเงินจำนวนมากก็ยังไม่สามารถทำได้ เพราะธนาคารจะมองว่ารายได้ที่เข้ามาไม่แน่นอน ดังนั้นทางเลือกในการแก้ปัญหาดังกล่าวของผู้ที่ทำอาชีพอิสระและอยากจะมีบัตรเครดิต นั่นคือการสมัครบัตรเครดิตประเภทที่ใช้เงินสดค้ำประกันนั่นเองครับ

หลักการของบัตรเครดิตประเภทนี้ จะให้ผู้สมัครนำเอาเงินสดในบัญชีเงินฝากมาทำการค้ำประกันเงินกู้ โดยส่วนมากมักจะเป็นการใช้บัญชีเงินฝากจากธนาคารเดียวกับบัตรเครดิต เนื่องจากจะสามารถหักได้สะดวก วงเงินกู้ที่ให้นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 95 – 100 % กล่าวคือ สมมติว่าคุณใช้เงิน 100,000 บาทในการค้ำประกัน ก็จะได้รับอนุมัติวงเงินบัตรเครดิตที่ประมาณ 95,000 – 100,000 บาทครับ

ปัจจัยที่จะทำให้ผู้สมัครบัตรเครดิตแบบเงินฝากค้ำประกันได้รับการอนุมัติ มีดังต่อไปนี้

  1. ประวัติของผู้กู้ แน่นอนว่าประวัติของผู้กู้นั้นจำเป็นจะต้องขาวสะอาด ไม่ติดประวัติเสียด้ายการเงินจากเครดิตบูโร ไม่เคยมีหนี้เสีย หรือหนี้สูญ เนื่องจากจุดนี้ธนาคารจะมาองว่าผู้กู้มีเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดการเบี้ยวหนี้ หรือติดตามได้ยากสูง และส่งผลทำให้โอกาสในการอนุมัติบัตรเครดิตลดลงได้ ดังนั้นเรื่องของประวัติจำเป็นอย่างมาก และเป็นปัจจัยที่มีผลอย่างมากครับ
  2. ศึกษาหาข้อมูลในการเปิดบัญชีเงินฝากสำหรับการค้ำประกันเป็นอย่างดี ก่อนจะนำเอาบัญชีนั้นๆ มาทำการยื่นขอใช้บริการบัตรเครดิต เนื่องจากธนาคารแต่ละแห่งจะมีการกำหนดเงื่อนไข และประเภทของบัญชีที่ใช้ในการขอยื่นอย่างชัดเจน ซึ่งหากเราไม่ทำการศึกษาเงื่อนไข หรือข้อกำหนด และยื่นโดยใช้บัญชีผิดประเภทไป ก็จะส่งผลทำให้โอกาสในการได้รับอนุมัติบัตรเครดิตลดลงได้ หรือทางธนาคารอาจจะให้ยื่นมาใหม่ ซึ่งเสียเวลาอย่างมาก
  3. เตรียมเอกสารในการขอยื่นสมัครบัตรเครดิตให้ครบถ้วน โดยเอกสารเหล่านั้นจะต้องมีความชัดเจน บอกถึงรายละเอียดอย่างครบถ้วน และควรเป็นเอกสารที่มีอายุตามที่ธนาคารกำหนดเอาไว้ (เช่น บัตรประชาชน/บัตรข้าราชการ ไม่ควรหมดอายุ , เอกสารรับรองต่างๆ ต้องมีอายุไม่เกิน 60 วัน) นอกจากนั้นเอกสารเหล่านั้นควรทำการเซ็นสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย หากขั้นตอนนี้เกิดความผิดพลาด เช่นเอกสารไม่ครบ ลืมเซ็นสำเนาถูกต้อง ฯลฯ ก็จะทำให้เกิดความล่าช้า และความขลุกขลักในการอนุมัติได้ครับ
  4. ข้อมูลการติดต่อ จะต้องมีทุกช่องทางเท่าที่สามารถทำได้ อาทิ ที่อยู่ถาวร และเบอร์โทรศัพท์บ้านหรือเบอร์มือถือที่เป็นเบอร์หลัก เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้หากมีครบถ้วน ธนาคารจะมองว่าผู้กู้สามารถติดต่อได้สะดวก ส่งผลทำให้โอกาสในการอนุมัติบัตรเครดิตมีเพิ่มขึ้นได้ครับ

ข้อดีของการใช้บัตรเครดิตช็อปปิ้ง

บัตรเครดิตช็อปปิ้งนั้น จัดเป็นบัตรเครดิต ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำเอาไปใช้ซื้อของ ช็อปปิ้งต่างๆ ได้อย่างสะดวกและคุ้มค่ามากกว่าบัตรเครดิตทั่วไป ซึ่งบัตรเครดิตแบบช็อปปิ้งนี้ มักจะมีข้อดีในการใช้งานดังต่อไปนี้ครับ

ข้อดีของการใช้บัตรเครดิตช็อปปิ้ง

– ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากกว่าบัตรเครดิตทั่วไป หากใช้บัตรเครดิตช็อปปิ้งเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของส่วนลดของสินค้า การผ่อนสินค้า หรือแม้กระทั่งการได้รับเงินคืน การสะสมแต้มต่างๆ สำหรับการนำเอาไปแลกของรางวัล หรือส่วนลดพิเศษได้ จึงนับได้ว่าบัตรเครดิตช็อปปิ้งนั้นมีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้ที่มีการใช้บัตรเครดิตประเภทนี้ซื้อของอยู่เป็นประจำนั่นเอง

– ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมจากปกติ หากซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์กับสถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรเครดิต ที่คุณครอบครองอยู่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิทธิพิเศษ ที่ทำให้บัตรเครดิตช็อปปิ้งนั้นได้รับความสนใจจากผู้ใช้เป็นอย่างมาก เช่น ปกติคุณซื้อสินค้า A จะได้รับส่วนลด 2% อยู่แล้ว แต่หากจ่ายผ่านบัตรกับร้าน ก.ไก่ จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 1% เป็นลดรวมทั้งหมด 3% เป็นต้น

– ทำให้คุณได้รับความสะดวกสบาย เมื่อมีการทำธุรกิรรมผ่านอินเตอร์เน็ต หรือการช็อปปิ้งออนไลน์ เพราะบัตรเครดิตช็อปปิ้งนั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบาย ในการช็อปปิ้งออนไลน์อยู่แล้ว ซึ่งเมื่อมีการใช้บัตรประเภทนี้ซื้อของในเว็บไซต์ ก็อาจจะทำให้คุณได้รับสิทธิพิเศษแบบ Exclusive จากทางผู้ขายได้อีกด้วย เช่น ส่วนลดเพิ่ม ได้เงินคืน หรือการสะสมแต้มต่างๆ ที่พิเศษไปจากการใช้งานตามปกติ

– ทำให้คุณมีการวางแผนการใช้เงินได้ดีมากขึ้น เพราะบัตรเครดิตช็อปปิ้ง จะทำหน้าที่จ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการให้กับคุณก่อน จากนั้นคุณจึงจะได้จ่ายคืนในภายหลัง ทำให้เงินสดจริงๆ อยู่กับคุณได้นานมากขึ้น สำหรับการหมุนไปใช้ในส่วนที่จำเป็นมากกว่า เช่น การจ่ายหนี้ การเก็บออม หรือการลงทุนต่างๆ อย่างไรก็ตามควรมีเงินสดสำรองติดตัวเอาไว้ สำหรับการจ่ายคืนบัตรเครดิตด้วยนะคะค

– ทำให้คุณได้รับความสะดวกสบายอย่างมาก ในการใช้งาน เพราะว่าเมื่อคุณซื้อของ เพียงแค่เอาบัตรเครดิตไปรูดจ่ายเท่านั้น ไม่ต้องควักเงินให้ยุ่งยาก นอกจากนั้นแล้วปัจจุบันยังมีช่องทางในการใช้บัตรเครดิตที่หลากหลายอย่างมาก โดยเฉพาะการซื้อของในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง หรือ Supermarket ต่างๆ นั้นต่างก็มีการรับชำระด้วยบัตรเครดิตด้วยกันหมดทั้งสิ้น

– มีความสะดวกสบาย เมื่อต้องช็อปปิ้งที่เมืองนอก เพราะบัตรเครดิตแบบช็อปปิ้งนั้น มักจะมีการให้สิทธิพิเศษ เมื่อมีการใช้งานที่ต่างประเทศ อาทิเช่น ญี่ปุ่น ก็จะมีการให้ส่วนลดเพิ่มเติม หรือได้รับแต้มสะสมหลายเท่า หากมีการใช้บัตร JCB ในประเทศญี่ปุ่น

สมัครบัตรเครดิตอนุมัติง่าย

สมัครบัตรเครดิตอนุมัติง่าย พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย บัตรเครดิตอนุมัติเร็วทันใจ ตอบสนองทุกความต้องการ ของคุณ

สมัครออนไลน์